การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในยุคปัจจุบัน

ปัจจุบันองค์กรมีการใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนธุรกิจเป็นทวีจำนวนขึ้น ทั้งในรูปของบริษัทเกิดใหม่และองค์กรแบบเก่า เพื่อให้งานบังเกิดผลในด้านบวก เช่น ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่งเอกสาร ลดเวลาทำงานในการป้อนข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร ลดค่าใช้จ่ายและภาระงานด้านเอกสาร แก้ปัญหาอุปสรรคทางภูมิศาสตร์และเวลา ส่งผลให้เทคโนโลยีกลายมาเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจพลิกผันได้เลยทีเดียว นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทำให้อุตสาหกรรมและโครงสร้างธุรกิจเปลี่ยนไป ทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน ดังนี้
– ดำเนินการก่อน (First Mover) ธุรกิจสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากผลิตสินค้า หรือให้บริการใหม่ แก่ลูกค้าก่อนคู่แข่งขันทางธุรกิจ ถึงแม้ว่าธุรกิจของคู่แข่งขันจะสามารถเข้ามาในตลาด หรือสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่คล้ายคลึงกับเราได้ แต่ธุรกิจสามารถสร้างอิทธิพลในการกำหนดโครงสร้างของตลาดและการแข่งขันสามารถทำกำไรที่สูง และถ้าธุรกิจสามารถสร้างความซื่อสัตย์และบริการขององค์กรขึ้นในกลุ่มลูกค้า ก็จะทำให้การดำเนินงานของธุรกิจมีความมั่นคงด้วย
– ผู้นำด้านเทคโนโลยี (Technological Leadership) ถ้าธุรกิจสามารถเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการทำงานแล้ว นอกจากการพัฒนาผลิตภาพแล้ว ธุรกิจยังสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในความรู้สึกของผู้บริโภคได้
– เสริมสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง (Continuous Innovation) เพราะการพัฒนาการที่ต่อเนื่องจะทำให้คู่แข่งขันไม่สามารถเลียนแบบได้ทัน
ประโยชน์ของกระบวนการเทคโนโลยีต่อการทำงานดังนี้
– ช่วยให้ได้งานที่มีความสวยงามทั้งรูปร่าง รูปทรง โดยอาศัยวิธีการออกแบบในลักษณะต่าง ๆ
– ช่วยให้ได้สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดประโยชน์ และสามารถนำไปใช้ได้จริง เพราะว่ามีการออกแบบและปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น
– ทำให้เกิดการหมุนเวียนของทรัพยากร โดยนำทรัพยากรที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่
– ช่วยให้ทำงานและพัฒนางานประดิษฐ์อย่างเป็นขั้นตอนตามลำดับและได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ
จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันเราสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่การปฏิบัติงานประจำวัน การจัดทำและนำเสนอสารสนเทศแก่ผู้บริหาร จนกระทั่งถึงการดำเนินงานในระดับกลยุทธ์ขององค์กร โดยเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำมาใช้ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจได้อีกด้วย

การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบริการ

เทคโนโลยีเพื่อการผลิต หมายถึง การนำความรู้ วิทยาการ และประสบการณ์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการผลิตสินค้าและบริการ รวมทั้งการคิดค้นหาวิธีการนำทรัพยากรมาใช้ในด้านใหม่ๆ เพื่อให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเทศไทยเรามีวัตถุดิบในการผลิตจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ป่าไม้ และแร่ธาตุ หากเราใช้ทรัพยากรไม่ระมัดระวัง ทรัพยากรอาจหมดสิ้นหรือเสื่อมค่าได้ ผู้ผลิตจึงจำเป็นที่จะใช้เทคโนโลยีให้ได้ประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการผลิตสินค้าแต่ละชนิดมีการแข่งขันสูง ผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้มีคุณภาพและตรงตามต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด

การใช้เทคโนโลยีในการผลิตและบริการได้แก่

1. การใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยช่วยในการผลิตสินค้า ทำให้ผลิตสินค้าและบริการจำนวนมากขึ้น ในเวลารวดเร็ว มีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภค และลดต้นทุนการผลิต เพราะเทคโนโลยีช่วยลดแรงงานหรือกำลังคนและลดเวลาการผลิต แต่ได้ปริมาณสินค้าและบริการมาก

2. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการออกแบบสินค้า ช่วยให้มีการคิดค้นหรือประดิษฐ์รูปแบบของสินค้า ทำให้ได้สินค้าและบริการที่มีรูปแบบใหม่ๆ หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อได้ตามความต้องการและพึงพอใจมากที่สุด

3. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการโฆษณาสินค้าและการให้บริการ เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการขายสินค้าและสั่งซื้อสินค้าต่างๆ โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคสามารถศึกษารายละเอียดของสินค้าได้มากขึ้นหรือสามารถสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกรวดเร็ว

4. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการจัดการ เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ รวดเร็ว เช่น การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงานเพื่อจัดเก็บเอกสารหรือค้นหาข้อมูล เป็นต้น

5. การใช้เทคโนโลยีช่วยในการขนส่ง เพื่อให้กระบวนการขนส่งวัตถุดิบในการผลิตรวดเร็วขึ้น หรือขนส่งสินค้าและบริการไปถึงผู้บริโภคได้สะดวกรวดเร็วขึ้น